Support
Vita Pet Shop
081-985-3439
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 14/07/2014 17:07     Forum: บทความน่าสนใจ  >  วิธีสื่อสารของสุนัขกับคนเลี้ยง

 

สุนัขถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ฉลาดมากๆถึงเขาจะฉลาดแค่ไหนก็พูดกับเราไม่ได้อยู่ดี แต่การแสดงออกของเขาถือเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่ง การแสดงท่าทางแต่ละชนิดสามารถแทนคำพูดของเขาได้ เราลองมาดูกันว่าสุนัขต้องการสื่อสารอะไรกับเราบ้าง

 

- การเห่า ถ้าสุนัขเห่าติดต่อกันเป็นชุด 3-4 ครั้งโดยหยุดเว้นช่วง แสดงว่าสุนัขต้องการบอกให้คุณสนใจมาดูอะไรที่ตรงนี้เถอะ

 

- เห่าเร็วๆ ติดต่อกัน เป็นการเตือนว่ามีสิ่งผิดปกติเข้ามาบริเวณใกล้เคียง

 

- เห่าแล้วหยุด ติดต่อกันเป็นเวลานาน นั่นหมายถึงเขากำลังเหงา

 

- เห่าสั้นๆ หมายถึงการทักทายตามปกติ

 

- เห่าครั้งเดียวสั้นๆ แสดงว่าเขากำลังเรียกคุณ อาจต้องการอาหารหรือต้องการขับถ่าย

 

- เห่ารัวๆติดๆกันและดังขึ้นๆ นั่นแสดงว่าเขากำลังสนุกอยู่

ถึงสุนัขจะพูดไม่ได้แต่เขาก็สามารถสื่อสารทางภาษากายได้ ทางแววตา ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำความเข้าใจในตัวเขาได้มากน้อยแค่ไหน

 

 

guest

Post : 29/06/2014 22:32     Forum: Web Board  >  รู้มั้ยว่าผิวหนังของคนและสัตว์เลี้ยงต่างกัน

รู้มั้ยว่าผิวหนังของคนและสุนัขต่างกัน

       เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ในการทำความสะอาดอาบน้ำให้กับสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้ และหลายคนคงเคยสงสัยว่าสามารถใช้แชมพูของตัวเองกับเจ้าตัวน้อยของคุณได้หรือไม่ เพราะหลายๆครั้งที่คุณพยายามหาซื้อแชมพูสำหรับสุนัขของคุณแต่ก็ไม่สามารถหากลิ่นหรือรูปลักษณ์ที่ถูกใจได้ซะที บางครั้งก็กลัวไปว่าซื้อไปแล้วสุนัขหรือแมวของคุณจะแพ้ ความจริงก็คือสภาพผิวหนังของสุนัขนั้นแตกต่างจากของคนอยู่หลายประการ ดังนี้

1. ค่าความเป็นกรด-ด่างของผิวหนังในสุนัขนั้น ประมาณ 7.5 ในขณะที่ในคนเราหรือมนุษย์นั้นค่าความเป็นกรด-ด่างของผิวหนังอยู่ที่ 5.5

2. ความหนาของชั้น epidermis ในสุนัขนั้น 3-5 ชั้น ในขณะที่ในคนเรา มีความหนา 10-15 ชั้น

3. การผลัดเซลล์ผิวในสุนัขนั้นเกิดขึ้นทุก 20 วัน ในขณะที่ในคนเราจะมีการผลัดเซลล์ประมาณ 28 ครั้ง

4. ในสุนัขไม่มีต่อมเหงื่อ เหมือนอย่างในคน 

5. สุนัขจะมีการผลัดขนในขณะที่ในคนเราเมื่อผมขึ้นแล้วก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆจะมีขาดและหลุดร่วงบ้างแต่ไม่เหมือนกับการผลัดขนในสุนัข

     เมื่อทราบอย่างนี้แล้วถ้าต้องการทำความสะอาดสุนัขก็ควรหาซื้อแชมพูสำหรับเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวหนังของเจ้าตัวน้อย

เช่น หากเจ้าตัวน้อยของคุณยังเป็นลูกสุนัขก็ควรซื้อ แชมพูสำหรับลูกสุนัขที่มีสูตรอ่อนโยน หรือถ้าสุนัขของคุณแพ้ง่ายก็ควรเลือกซื้อแชมพู

สูตรเฉพาะสำหรับสุนัขแพ้ง่าย (hypoallergenic) หากผิวหนังของสุนัขของคุณมีการติดเชื้อก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่าเกิด

จากเชื้ออะไร เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย หรือ ยีสต์ เป็นต้น คุณจะได้เลือกแชมพูได้ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพผิวหนังและปัญหาที่สุนัขของคุณประสบอยู่

 

guest

Post : 22/06/2014 21:07     Forum: Web Board  >  เมื่อน้องหมาขี้แพ้

 เมื่อน้องหมาขี้แพ้

            หลายคนเมื่อเห็นหัวข้อคงสงสัยและคิดไปว่าน้องหมาที่เลี้ยงไว้ไม่เคยไปมีเรื่องทะเลาะเบะแว้งกับใครคงไม่ขี้แพ้ จริงๆแล้วไม่ใช่อย่างนั้นนะคะขี้แพ้ที่ว่านี้หมายถึงอาการแพ้ต่างๆที่มักพบเจอในน้องหมาและทำให้บรรดาเจ้าของปวดหัวไปตามๆกัน เช่น  น้องหมาที่เลี้ยงมีอาการ ท้องเสียเรื้อรัง บางครั้งมีการแหวะหรืออาเจียนบ่อยๆหลังกินอาหาร นอกจากนี้ยังมีอาการคันที่ผิวหนัง ขนร่วง ผิวหนังอักเสบ หูอักเสบ เมื่อพาไปพบสัตวแพทย์ คุณหมอตรวจแล้วไม่พบอาการของการติดเชื้อใดๆ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการแพ้อาหาร  
         แล้วกลไกในการแพ้อาหารเกิดขึ้นได้อย่างไรหละ ?? คำตอบคือ ในช่วงแรกๆที่น้องหมาได้รับสารที่ทำให้แพ้อาจจะยังไม่แสดงอาการใดๆ เมื่อเวลาผ่านไปอาจกินเวลา เป็นเดือน หรือบางครั้งเป็นปี ร่างกายของน้องหมาจะสร้างภูมิต้านทานขึ้น และเมื่อน้องหมาได้รับสารที่ทำให้เกิดการแพ้นั้นอีกครั้ง ร่างกายก็จะขับสารที่เรียกว่า "ฮีสตามีน" ออกมาทำให้เกิดอาการแพ้ และมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น
             เมื่อพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์ หากคุณหมอวินิจฉัยว่าน้องหมาอาจแพ้อาหาร (นั่นก็คือการแพ้โปรตีนในอาหาร) คุณหมอมักแนะนำให้ทดลองเปลี่ยนอาหาร มาใช้สูตรอาหารเฉพาะสำหรับการแพ้อาหารซึ่งปัจจุบันอาหารสูตรแพ้อาหารสำหรับน้องหมานั้น ก็มี 2 ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมใช้กัน คืือ Hill's Science Diet  สูตร d/d และ z/d  หรือ Royal Canin สูตร sensivity control สูตร hypoallergenic และ สูตร anallergenic  โดยการเปลี่ยนมาใช้อาหารสำหรับการแพ้ ควรใช้ติดต่อกัน 6-8 สัปดาห์ หากอาการของน้องหมาดีขึ้นในช่วงที่ทดสอบอาหาร มีความเป็นไปได้สูงว่าน้องหมามีภาวะการแพ้โปรตีนในอาหาร ดังนั้นจะต้องเปลี่ยนมาใช้อาหารสูตรเฉพาะตลอดไป  
              สำหรับน้องหมาบางตัวที่ไม่ได้แพ้อาหาร อาการแพ้อีกแบบที่พบได้ ก็คือ โรคภูมิแพ้นั่นเอง ซึ่งก็คล้ายๆกับคนที่เป็นภูมิแพ้ คือน้องหมาจะมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ไร ละอองเกสรของดอกไม้ ซึ่งอาการเหล่านี้ยากในการวินิจฉัยและรักษา นอกจากนี้น้องหมาบางสายพันธุ์ เช่น ลาบาดอร์ เทอร์เรีย มีความเสี่ยงโดยพันธุกรรมที่จะมีอาการโรคนี้  อาการที่พบ เช่น ผิวหนังมีผื่นแดง คัน หูอักเสบ ส่วนใหญ่พบในสุนัข อายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี  ซึ่งการรักษาต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ 
1. หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้แพ้ 

2. ให้ยา /อาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง เช่น การให้ โอเมก้า 3  ซึ่งเป็นสารธรรมชาติไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการให้ยาเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

3. ใช้ยาต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ที่ติดแทรกซ้อนบริเวณผิวหนัง 

4. ให้สารต้านอนุมูลอิสระ ร่วมกับวิตามินซี วิตามินอี เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและชะลอความเสื่อมของเซลล์  เช่น การให้อาหารเสริมจาก krill oil ซึ่งปัจจุบันมีอาหารเสริมชื่อ optipet ที่มีทั้งส่วนประกอบของ โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระระดับสูงที่ช่วยลดการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และทำให้สุขภาพโดยรวมของน้องหมาดีขึ้น

 

 

guest

Post : 16/06/2014 16:52     Forum: Web Board  >  ความลับของเจ้าเหมียวที่เจ้าของควรรู้

                               ความลับของเจ้าเหมียวที่เจ้าของควรรู้

              เจ้าเหมียวนั้นไม่ใช่สุนัขตัวเล็ก เพราะจริงๆแล้วเค้ามีความแตกต่างกันทางด้านสรีระ และความต้องการสารอาหารจริงๆแล้วเจ้าเหมียวจัดเป็นสัตว์กินเนื้อ มีประสาทสัมผัสที่ไวต่อการรับกลิ่น  ขากรรไกรของเจ้าเหมียวใช้เพื่อตัดอาหารไม่ได้ใช้ในการเคี้ยว  ในน้ำลายเจ้าเหมียวไม่มีน้ำย่อย การย่อยเกิดที่กระเพาะอาหาร ด้วยเหตุนี้ในการเลี้ยงเจ้าเหมียวมีสิ่งที่เจ้าของควรทราบ ดังนี้

1. สำหรับลูกแมวหรือเจ้าเหมียวน้อยนั้นเค้าสามารถย่อยน้ำนมได้ แต่เมื่อเค้าโตขึ้นเป็นแมวโตเค้าจะไม่สามารถย่อยน้ำนมได้เนื่องจากเค้าไม่มีเอนไซม์ในการย่อยแลคโตสในน้ำนมนะจ๊ะ ดังนั้นการให้นมที่ยังไม่ได้สกัดแลคโตสกับแมวโตอาจทำให้เค้าท้องเสียได้

2. เนื่องจากเจ้าเหมียวจัดเป็นสัตว์กินเนื้อความต้องการสารอาหารจึงแตกต่างจากคนที่จัดเป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ ดังนั้นการให้อาหารคนกับเจ้าเหมียวจึงไม่เหมาะสม ควรเลือกอาหารสำหรับเจ้าเหมียวโดยเฉพาะ โดยเลือกตามช่วงอายุ สายพันธุ์ สภาพการเลี้ยงดู จะทำให้เค้าได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตมากที่สุด และไม่ควรเปลี่ยนอาหารให้เจ้าเหมียวบ่อยเพราะจะทำให้เค้าเลือกอาหารและกินอาหารยาก

3. เจ้าเหมียวเป็นสัตว์ที่กินอาหารหลายมื้อ หรือพูดได้ว่ากินตลอดทั้งวัน ดังนั้นการให้อาหารควรให้อาหารครั้งละน้อยๆ แต่กินวันละหลายมื้อ และจัดน้ำสะอาดไว้สำหรับเจ้าเหมียวตลอดทั้งวัน

4. เจ้าเหมียวมีเซลล์รับกลิ่นประมาณ 65 ล้านเซลล์จึงมีความสามารถในการรับกลิ่นได้ดีมาก ในขณะที่มีความสามารถในการรับรสชาติต่ำ ดังนั้นการเลือกกินอาหารของแมวจึงมาจากการรับกลิ่นเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนความหลากหลายของรสชาติมีผลกับความอยากอาหารของเจ้าเหมียวไม่มากนัก

5. ควรฝึกให้เจ้าเหมียวอาบน้ำตั้งแต่เล็กเพื่อให้เกิดความเคยชินและง่ายต่อการดูแลผิวหนังและเส้นขน การอาบน้ำควรระวังหลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่ทำให้หัวของเจ้าเหมียวเปียก และใช้แชมพูสำหรับแมวโดยเฉพาะ 

6. เจ้าเหมียวจะเริ่มเลียขนตั้งแต่อายุประมาณ 15 วัน ดังนั้นควรแปรงขนให้เจ้าเหมียว  เพื่อช่วยลดการสะสมของก้อนขนที่เจ้าเหมียวเลียและกลืนเข้าไปในทางเดินอาหาร   สำหรับเจ้าเหมียวขนสั้นควรแปรงขนสัปดาห์ละครั้ง สำหรับเจ้าเหมียวขนยาวปานกลาง และยาวมากควรแปรงขนทุกวัน

7. ลูกแมวฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นตอนอายุ 3-6 สัปดาห์ และฟันแท้จะขึ้นตอนอายุ 4 เดือน ดังนั้นควรเริ่มดูแลสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่เค้ายังเล็ก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดคราบหินปูนและเกิดอาการโรคเหงือกอักเสบตามมา

guest

Post : 10/06/2014 18:17     Forum: Web Board  >  เคล็ดลับการดูแลสุนัขที่เป็นโรคข้ออักเสบ

 เคล็ดลับการดูแลสุนัขที่เป็นโรคข้ออักเสบ   

                       โรคข้ออักเสบในสุนัข เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องของอายุ เมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้นกระดูกอ่อนจะเริ่มมีการเสื่อมสภาพ ทำให้สุนัขต้องเจ็บปวดจากการอักเสบ นอกจากนี้ สายพันธุ์ใหญ่ก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่า สุนัขอ้วนที่มีน้ำหนักตัวมากเกิน สุนัขที่เคยได้รับบาดเจ็บจากการประสบอุบัติเหตุ รวมทั้งพันธุกรรมก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค  เมื่อสุนัขมีอาการข้ออักเสบ เราจะสามารถเห็นความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของสุนัขว่าทำได้ลำบาก ทั้งการเดิน นั่ง กระโดด วิ่ง เมื่อพบว่าสุนัขตัวโปรดของคุณเป็นโรคข้ออักเสบ การพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจรักษาและการดูแลเป็นเรื่องสำคัญมากในการช่วยให้สุนัขกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

                     เคล็ดลับการดูแลสุนัขที่ข้อักเสบ

                       1. หากสุนัขที่มีอาการข้ออักเสบ มีน้ำหนักตัวมาก หรือที่เรียกว่า อ้วน จะยิ่งเพิ่มแรงกดทับที่บริเวณข้อต่อทำให้อาการเจ็บปวดยิ่งมีมาก การเปลี่ยนอาหารมาใชอาหารสูตรเฉพาะสำหรับโรคข้อต่ออักเสบ ยี่ห้อ Hill's science diet สูตร j /d หรืออาจใช้สูตร Mobility ของ Royal canin ซึ่งในสูตรอาหารได้มีการปรับสูตรให้มีสารอาหารที่มีความเหมาะสมกับสุนัขที่มีอาการข้ออักเสบ

หากการปลี่ยนอาหารทำได้ยากและอาหารประกอบการรักษาโรคมีราคาสูง  อีกทางเลือกที่สามารถช่วยได้คือ เสริมกรดไขมันโอเมก้า3 ให้กับสุนัข โดยสุนัขขนาดน้ำหนักไม่เกิน 10 kg. ใช้กรดไขมันโอเมก้า 3 ขนาด 500 mg วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็นในช่วง 3 สัปดาห์แรกที่สุนัขมีอาการเจ็บปวด และมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ หลังจากนั้น ลดขนาดการให้เป็น  500 mg. วันละครั้ง การเลือกใช้โอเมก้า 3 ควรเลือกใช้ โอเมก้า3  100%  เช่น ยี่ห้อ O3maxx  ขนาด 500 mg.สำหรับสุนัขขนาดเล็กและ 1000 mg.สำหรับสุนัขขนาดใหญ่น้ำหนักเกิน 20 kg.

                        2. ในระหว่างเปลี่ยนอาหารสุนัข ไม่ควรให้ขนม ของหวาน ของกินเล่น และระวังไม่ให้สุนัขกินอาหารที่ตกหล่น เนื่องจากสารอาหารจากแหล่งอื่นจะรบกวนการทำงานของสารอาหารในสูตรอาหารสำหรับการรักษาโรค

                        3. เตรียมที่พักและที่นอนของสุนัขให้มีสิ่งรองรับในการนอนที่นุ่มๆ และ อุ่น 

                        4. การออกกำลังกาย ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกต่อข้อต่อ เช่นการว่ายน้ำ และหลังการออกกำลังกายควรดูแลทำความสะอาดและเช็ดตัวสุนัขให้แห้งทุกครั้ง

                         5. หมั่นสังเกตุอาการของสุนัข ดูความผิดปกติของการเคลื่อนไหว และควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

                    

 

 

 

 

 

guest

Post : 05/06/2014 20:29     Forum: Web Board  >  การดูแลน้องหมา น้องแมวที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้้อรา

 การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้้อรา

       โรคผิวหนังจากเชื้อราเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งในน้องหมา และน้องแมว เนื่องจากในบ้านเราเป็นลักษณะภูมิอากาศที่ร้อนชื้นเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อราอย่างมาก และที่สำคัญเชื้อราจากน้องหมาและน้องแมวนั้นสามารถติดต่อมาสู่เจ้าของได้จากการสัมผัสโดยตรงกับน้องหมาน้องแมว หรือการสัมผัสข้าวของเครื่องใช้ของน้องหมาน้องแมวที่เป็นโรค เนื่องจากสปอร์ของเชื้อราสามารถฟุ้งกระจายได้ในสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเชื้้อจึงสามารถแพร่ไปสู่สัตว์อื่นๆที่เลี้ยงรวมกัน หรือคนที่ไวต่อเชื้อ เช่น เด็ก ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื่องภูมิคุ้มกัน  เมื่อทราบดังนี้แล้วการดูแลรักษาน้องหมาและน้องแมวของคุณเมื่อเค้าเป็นโรคผิวหนังจากเชื้อราจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

        ลักษณะอาการของโรคผิวหนังจากเชื้อรา สิ่งแรกที่เราสังเกตุได้ก็คือ ขนร่วงโดยอาการขนร่วงจากเชื้อราจะร่วงเป็นวงชัดเจน บริเวณขอบจะเห็นเป็นผื่นแดงๆ บางตัวจะมีอาการคัน และขนบนลำตัวหักขาดหลุดร่วงง่าย แต่อาการของโรคผิวหนังอาจจะมีลักษระคล้ายคลึงกันหลายโรค เพื่อความมั่นใจเมื่อพบว่าน้องหมาน้องแมวมีอาการผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์

 

          แนวทางในการดูแลน้องหมาน้องแมวที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา

1. หากสงสัยว่าน้องหมา น้องแมวเป็นเชื้อรา ควรแยกออกจากตัวอื่นๆ กรณีเลี้ยงรวมกันหลายตัวเพื่อป้องกันการติดต่อของโรค

2. ควรโกนขนของน้องหมา น้องแมวที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อราให้สั้น เพื่อสะดวกและง่ายในการดูแลรักษาบริเวณผิวหนังทีมีรอยของโรค 

3.  ใช้แชมพูสำหรับโรคผิวหนังจากเชื้อรา dermasebb (แชมพูที่มีส่วนผสมของ micronazole กับ chlorhexidine )  อาบให้น้องหมา น้องแมว สัปดาห์ละ 2 ครั้งในรายที่เป็น (ควรฟอกและหมักแชมพูบนผิวหนังอย่างน้อย 5-10 นาที) และสัปดาห์ละครั้งหลังจากอาการดีขึ้น ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายและให้ผลการรักษาที่ดี เนื่องจากเชื้อรามักอยู่ลึกในต่อมขนทำให้การรักษาต้องใช้เวลานาน และสปอร์ของเชื้อราทนอยู่ทนสภาพแวดล้อมได้นาน เมื่อเป็นแล้วก็มักเป็นๆ หายๆ การใช้แชมพูสำหรับโรคผิวหนังจากเชื้อราจึงสามารถช่วยควบคุม รักษาอาการและลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นใหม่ของโรคได้ด้วย

4. นอกจากนี้การรักษาเชื้อราที่ผิวหนังยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี ทั้งการใช้ยากิน การใช้ยาทา การฉีดวัคซีนป้องกัน

5. เจ้าของเมื่อสัมผัสกับน้องหมาน้องแมวที่ป่วยควรล้างมือให้สะอาด และควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราทำความสะอาดบริเวณ กรง และสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่อยู่อาศัย เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ

 

 

 

 

guest

Post : 28/05/2014 22:43     Forum: Web Board  >  เคล็ดลับการกำจัดก้อนขนในแมว

       เคล็ดลับการขจัดก้อนขนในแมว

              สำหรับคนเลี้ยงแมวแล้วปัญหาเรื่องก้อนขนคงเป็นปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำและหลายบ้านก็พบว่าก้อนขนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับเจ้าเหมียวของคุณได้ไม่น้อย เริ่มจากการที่เจ้าเหมียวเริ่ม ไอ สำรอก อาเจียนก้อนขนออกมา หรือมีก้อนขนจำนวนมากปนออกมากับอุจจาระ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาท้องผูกได้ รวมทั้งทำให้เจ้าเหมียวของคุณมีความอยากอาหารน้อยลงด้วย  ดังนั้นการขจัดก้อนขนจึงสามารถช่วยลดปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นได้ เคล็ดลับการกำจัดก้อนขน ง่าย ดังนี้เลยค่ะ

             - ใส่ใจกับการเลือกอาหารสำหรับแมวของคุณ หากแมวของคุณเป็นแมวขนยาวโอกาสเกิดปัญหาเรื่องก้อนขนก็มากกว่าแมวขนสั้น ดังนั้นการเลือกอาหารสูตรเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อช่วยขจัดก้อนขน(สูตร hairballของ Hill 's Science Diet หรือ Royal canin) จะช่วยให้ก้อนขนที่แมวกลืนเข้าไปถูกขับออกมาทางระบบขับถ่ายง่ายขึ้น ลดการสะสมของก้อนขนภายในทางเดินอาหารของแมว หากการใช้อาหารสูตรที่แนะนำราคาสูงเกินไป การเลือกใช้เจลขับก้อนขนก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาก้อนขนได้เป็นอย่างดี

              - หมั่นสังเกตุพฤติกรรมของแมวถ้าแมวของคุณชอบเลียขนเกือบตลอดเวลา ควรหันเหความสนใจของแมวไปเรื่องอื่น เช่น หาของเล่นใหม่ๆมาเล่นกับแมว หรือคุณเองใช้เวลาเล่นกับแมวมากขึ้น

              - หมั่นแปรงขนให้แมวของคุณอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งสำหรับคนที่เลี้ยงแมวขนยาวถ้าเลี้ยงแมวขนสั้นอาจจะแปรงแค่สัปดาห์ละครั้งถึงสองครั้ง

 

 

 

 

 

guest

Post : 19/05/2014 22:49     Forum: Web Board  >   สัญญาณอันตรายที่แสดงว่าแมวมีปัญหาสุขภาพ

              แมวจัดได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีอายุยืนโดยเฉลี่ยแมวจะมีอายุ 10-15 ปีเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นกับความเอาใจใส่เลี้ยงดู แต่ถึงเจ้าแมวจะมีอายุยืนอย่างไรเค้าก็สามารถป่วยได้เหมือนกัน ซึ่งการที่แมวป่วยนั้นบางครั้งในช่วงแรกเจ้าของอาจจะไม่ทราบเลยด้วยซ้ำไปเพราะว่าแมวนั้นเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยแสดงอาการ ทำให้เจ้าของไม่ทราบว่าเค้าป่วย กว่าจะว่าแมวป่วยเค้าก็มีอาการรุนแรงซะแล้ว ดังนั้นการสังเกตุเห็นอาการผิดปกติของแมวได้ตั้งแต่ช่วงแรกนั้นร่วมช่วยให้ทำการรักษาได้อย่างรวดเร็วโอกาสที่อาการป่วยจะลุกลามรุนแรง และทำให้ถึงเสียชีวิตก็จะน้อยลง

                 สัญญาณที่บ่งบอกให้บรรดาเจ้าของรู้ว่าแแมวมีอาการผิดปกติที่อาจแสดงว่ากำลังมี ปัญหาสุขภาพ เช่น

1. มีอาการคันตามผิวหนัง ขนร่วง แสดงว่า อาจมีการของโรคผิวหนังจากการแพ้น้ำลายหมัด หรือมีการติดไรจึงทำให้คัน

2. ผอม ท้องป่อง ท้องเสีย อุ้งเท้าบวม  อาจเกิดจากการติดพยาธิทางเดินอาหาร

3. หอบ เพลีย เหนื่อยง่าย อาจเกิดจากโรคพยาธิหนอนหัวใจ

4.ไอจาม ไม่กินอาหาร อาจเกิดจากการติดเชื้อหวัด เมื่อพบว่าแมวมีอาการผิดปกติดังกล่าวควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุและรักษาที่ถูกต้อง

 

guest

Post : 15/05/2014 22:16     Forum: Web Board  >  ดูแลสุนัขโรคไต ยังไงดี?

          เมื่อสุนัขเริ่มเข้าสู่วัยชราก็ไม่ต่างไปจากคนที่สารพัดโรคจะมาแวะเวียนเยี่ยมเยียนบ่อยๆ และโรคยอดฮิตที่มักจะพบในสุนัขชราก็ คือ โรคไต การที่สุนัขเป็นโรคไตนั้นมีสาเหตุมาจากหลายๆอย่าง ทั้งเรื่อง สายพันธุ์ อายุ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการเลี้ยงดูและการให้อาหาร การที่สุนัขกินอาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีน เกลือโซเดียม ฟอสฟอรัส สูงมากๆติดต่อกันนานๆ ย่อมเหนี่ยวนำให้เกิดโรคได้ เมื่อสุนัขเป็นโรคไตแล้ว การรักษาให้หายเหมือนปกตินั้นทำได้ยากหรือเกือบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการดูแลเพื่อให้เค้าสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้เจ้าของต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ความรักและเอาใจใส่เค้าเสมอ  สิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติในการดูแล คือ 1. เปลี่ยนมาให้อาหารสำหรับสุนัขป่วยโรคไตเท่านั้น โดยสอบถามและขอคำแนะนำในการเปลี่ยนอาหารจากสัตวแพทย์ 2. งดการให้ขนม ของขบเคี้ยวเล่น ตับย่าง ไก่ย่าง และอาหารอื่นๆที่มีปริมาณเกลือและฟอสฟอรัสเป็นส่วนผสม 3. ระวังอย่าให้สุนัขเก็บเศษอาหารที่ขยะกิน 4. เตรียมน้ำดื่มที่สะอาดให้สำหรับสุนัขอย่างเพียงพอ 5. ภาชนะสำหรับใส่อาหารน้ำดื่มควรทำความสะอาดเสมอ 6.ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัดและพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่องตามการนัดหมาย

 

guest

Post : 14/05/2014 13:49     Forum: Web Board  >  สุนัขก็เป็นต่อมลูกหมากอักเสบได้

       พอพูดถึงโรคต่อมลูกหมากอักเสบหลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องของคนแก่ แต่ทราบไหมคะว่าสุนัขก็เป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบได้  โดยโรคต่อมลูกหมากอักเสบในสุนัขมีความคล้ายคลึงกับคนและมักเกิดกับสุนัขที่มีอายุมาก (แก่นั่นเอง) รวมทั้งเป็นสุนัขที่ยังไม่ได้ทำหมัน พบว่าสุนัขมากกว่า 80%ที่แก่และไม่ทำหมันมักพบความผิดปกตินี้ ความผิดปกติของต่อมลูกหมากอักเสบพบได้หลายอาการร่วมกัน เช่น มีการอักเสบเฉียบพลัน หรืออักเสบเรื้อรัง ร่วมกับการมีหนองหรืออาจไม่มีหนอง การเกิดซีสต์ในต่อมลูกหมากหรือบริเวณรอบๆ การวินิจฉัยโรค สัตวแพทย์จะใช้วิธีตรวจการเพิ่มขึ้นของเม็ดเลือดขาวเพื่อยืนยันความผิดปกติ รวมถึงการเพาะเชื้อจากน้ำปัสสาวะ การเอ็กซเรย์ อัลตราซาวนด์ตัวอย่างที่ได้จากการเจาะและการเก็บชิ้นเนื้อ เมื่อสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจวินิจฉัยถึงอาการต่างๆเรียบร้อยก็จะวางแผนการรักษา ซึ่งการรักษาเพื่อลดขนาดและลดของเหลวจากต่อมลูกหมากวิธีที่ดีที่สุดคือการทำหมันนั่นเอง ในการรักษาต้องให้ยาต้านจุลชีพร่วมด้วยเพื่อลดการติดเชื้อแบคทีเรีย หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียและต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันการใช้ยาอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 อาทิตย์ แต่ถ้าเป็นแบบเรื้อรัง การให้ยาอาจต้องใช้เวลานาน 6-8 อาทิตย์

guest

Post : 08/05/2014 14:51     Forum: บทความน่าสนใจ  >  การดูแลลูกสุนัขแรกคลอด

การดูแลลูกสุนัขแรกคลอด

      เมื่อภายในบ้านต้องต้อนรับสมาชิกใหม่แรกคลอดนั้น หลายๆท่านคงตื่นเต้นและเตรียมการสำหรับการเลี้ยงดูสมาชิกใหม่ของคุณกันอย่างดีที่สุด ด้วยเหตุนี้เจ้าของจึงควรทราบถึงวิธีการดูแลลูกสุนัขแรกคลอดอย่างถูกต้อง

        เมื่อลูกสุนัขคลอดใหม่ๆมักจะกินนมทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อลูกสุนัขกินนมเสร็จมักจะนอนสุมรวมๆกัน สังเกตุได้ว่าถ้าลูกสุนัขอิ่มท้องจะขยายใหญ่ ถ้าลูกสุนัขหิวจะร้องไม่ยอมหยุดและไม่ยอมนอนสังเกตุว่าท้องจะแฟบ ถ้าหากลูกสุนัขไม่ยอมกินนมแม่หรือแม่มีนมให้ไม่พอ ควรให้นมผงสำหรับลูกสุนัขเสริม ด้วยการป้อนโดยใช้ syringe หยดใส่ปาก หรือใช้ขวดนมเด็กหรือขวดนมสำหรับสุนัขป้อน ระหว่างป้อนนมต้องระมัดระวังอย่าให้สำลักเข้าหลอดลม ลูกสุนัขจะต้องการพลังงานประมาณ 26 kcal/100 g.ของน้ำหนักตัว น้ำหนักตัวลูกสุนัขจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% เมื่ออายุ 2-3 สัปดาห์ ดังนั้นเมื่อแรกคลอดควรชั่งน้ำหนักลูกสุนัขทุกตัวและควรชั่งน้ำหนักลูกสุนัขทุกวันเพื่อสังเกตุการเจริญเติบโต เมื่ออายุประมาณ 2 สัปดาห์ไปแล้วลูกสุนัขจะเริ่มลืมตาหรือได้ยินเสียงคุณ นอกจากนี้แล้วควรระวังดูแลลูกสุนัขดังนี้

       1. ควรมีไฟกกลูกสุนัข เนื่องจากลูกสุุนัขที่คลอดใหม่จะมีอุณหภูมิร่างกายค่อนข้างต่ำ ควรระวังไม่ให้ไฟร้อนจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดสภาพ dehyrdration (สภาพการสูญเสียน้ำมากเกินไป) ได้

        2. ลูกสุนัขแรกคลอดเกิดภาวะ hypoglycemia (ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ) ได้ง่าย ดังนั้นต้องแน่ใจและดูแลเรื่องปริมาณน้ำนมที่ลูกสุนัขได้รับให้เพียงพอ ถ้าแม่สุนัขมีน้ำนมไม่พอหรือลูกกินนมน้อย ควรมีการให้นมผงสำหรับลูกสุนัขเสริมด้วย ดังที่กล่าวมาแล้ว

       3. ระบบภูมิคุมกันในลูกสุนัขแรกคลอดยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ต้องระมัดระวังหากในบ้านมีสุนัขหลายตัวต้องแยกลูกสุนัขจากสุนัขที่ป่วย และควรให้ลูกสุนัขได้กินนมแม่ให้มากที่สุดเพราะลูกสุนัขจะได้รับภูมิคุ้มกันส่วนมากมาจากนมน้ำเหลืองของแม่

       4. การทำงานของตับและไตในสุนัขแรกคลอดยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นการขับของเสียหรือกำจัดสารพิษต่างๆออกจากร่างกายจะทำได้ไม่ดี ควรระมัดระวังและปรึกษาสัตวแพทย์หากลูกสุนัขมีอาการป่วย และมีความจำเป็นต้องให้อาหารเสริม หรือยาใดๆกับลูกสุนัข

 

guest

Post : 28/04/2014 12:34     Forum: Web Board  >  กระต่ายหย่านมเมื่อไหร่นะ???

       กระต่ายอย่านมเมื่อไหร่นะ??? โดยปกติแล้วกระต่ายจะเริ่มอย่านมเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ หลายครั้งที่พบว่าแม่กระต่ายไม่เลี้ยงลูก เจ้าของจึงต้องเป็นผู้รับหน้าที่ในการเลี้ยงลูกแทน สิ่งแรกที่ต้องทำคือหานมทดแทน ซึ่งเราสามารถใช้นมของลูกสุนัขและแมวหรือนมแพะก็ได้ ปริมาณการให้นมทดแทนขึ้นกับขนาดน้ำหนักตัว และอายุของลูกกระต่าย เช่น ถ้าลูกกระต่ายเพิ่งคลอดจนถึง 2 สัปดาห์ ควรให้นมทดแทนประมาณ 5-7 ml.ต่อครั้ง วันละ 2 ครั้ง เมื่ออายุมากขึ้นควรเพิ่มปริมาณเป็น 7-14 ml. พออายุได้ 3 จนถึง 6 สัปดาห์ กระต่ายจะเริ่มกัดแทะอาหารได้ สามารถเริ่มให้กินอาหารเม็ด หญ้าได้ การให้นมควรให้ประมาณ 14-18 ml. ต่อครั้งในแต่ละวัน หลังจาก 6 สัปดาห์กระต่ายจะหย่านม เจ้าของไม่จำเป็นต้องให้นมทดแทนอีก ให้เพียงอาหารเม็ด หญ้า เสริมด้วยวิตามินสำหรับกระต่าย สิ่งสำคัญที่คนเลี้ยงกระต่ายไม่ควรมองข้าม คือเมื่อแม่กระต่ายท้องไม่ควรรบกวนแม่กระต่าย เพราะมีโอกาสสูงที่แม่กระต่ายจะกินลูกตัวเองหรือไม่เลี้ยงลูก ซึ่งถ้าแม่กระต่ายไม่เลี้ยงการที่เจ้าของแยกลูกมาป้อนนมและเลี้ยงดูเองนั้นสามารถทำได้แต่อัตราการรอดของลูกกระต่ายค่อนข้างต่ำ

guest

Post : 23/04/2014 18:10     Forum: Web Board  >  ควรถ่ายพยาธิให้น้องหมาและน้องเหมียวบ่อยแค่ไหน

         เมื่อเรามีสมาชิกใหม่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมวเจ้าของส่วนใหญ่ก็มักจะพาไปทำวัคซีน  เมื่อทำวัคซีนครบเจอคุณหมออีกทีก็ปีหน้าเลยทำให้เจ้าของหลายคนลืมเรื่องการถ่ายพยาธิไป  แต่ทราบไหมว่าจริงๆแล้วเราควรถ่ายพยาธิซ้ำให้น้องหมาและน้องเหมียวของเราทุกๆ 3 หรือ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับว่าสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดูว่าเป็นแบบไหน ถ้าเราเลี้ยงแบบปล่อยอิสระเสรี น้องหมา น้องแมวสัมผัสพื้นดินตลอดเวลา เราก็ควรถ่ายพยาธิให้เค้าทุกๆ 3 เดือน แต่ถ้าเราเลี้ยงแบบคุณหนูหน่อยให้เค้าอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้สัมผัสพื้นดินหรือวิ่งเล่นนอกสถานที่เราอาจจะถ่ายพยาธิแค่เพียงทุก 6 เดือนก็ได้ ยาที่ใช้สำหรับป้องกันและกำจัดพยาธินั้น มีทั้งแบบยากินใช้ตามน้ำหนักตัว กิน 3 เดือนหรือ 6 เดือนครั้ง เช่น ยา drontal plus ของบริษัท bayer  หรืออาจเลือกใช้ยาหยอดหลังโดยหยอดเดือนละครั้ง เช่น advocate หรือ revolution ที่สำคัญควรเลือกยาที่เป็นของสัตว์โดยเฉพาะมีทะเบียนยาถูกต้อง และผลิตโดยบริษัทที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ยาพร้อมทั้งคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายด้วย

 

guest

Post : 22/04/2014 11:57     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ระวังป้องกันอาการป่วยในแมว

เจ้าของแมวต้องคอยหมั่นสังเกตแมวของตัวเองดูด้วยว่ามีสุขภาพอย่างไรบ้าง มีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่เพื่อที่เราจะได้รักษาได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้แมวมีอาการแย่ไปมาก เวลารักษาจะทำได้ยากกว่า ถ้าแมวของคุณเริ่มป่วยมักจะแสดงอาการต่อไปนี้

- มีอาการเบื่ออาหารหรืออาเจียน
- มีอาการเซื่องซึม ไม่ร่าเริง
- มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว
- มีน้ำตาแฉะ จาม ไอ น้ำมูกมาก

อาการป่วยในแมวเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน รักษาตามอาการและฉีดวัคซีนตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย

guest

Post : 21/04/2014 22:52     Forum: บทความน่าสนใจ  >  โอเมกา 3 กับสุขภาพสัตว์เลี้ยง

โอเมกา 3 กับสุขภาพสัตว์เลี้ยง

             เมื่อพูดถึงโอเมกา 3 คงไม่มีใครไม่รู้จัก และหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อนี้ แต่คุณทราบไหมคะว่าสารโอเมกา 3 นั้นมีความสำคัญต่อร่างกายของสัตว์อย่างไร ?

             โอเมกา 3 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีความสำคัญและมีคุณค่าต่อร่างกายของสัตว์อย่างมาก หน้าที่สำคัญของกรดไขมันกลุ่มนี้ คือ

             - โอเมกา3 เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการช่วยต้านหรือลดการอักเสบในร่างกายของสัตว์ โดยโอเมกา 3 มีบทบาทในการช่วยยับยั้งการสังเคราะห์สารเคมีที่ทำให้เกิดภาวะการอักเสบ จึงช่วยให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการทรมานจากการเจ็บปวดเมื่อเกิดการอักเสบขึ้น เช่น การอักเสบที่บริเวณข้อต่อในสุนัขสายพันธุ์ใหญ่

             - โอเมกา 3 ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับออกซิเจนเข้าสู่เซลล์สมอง เช่น ในสัตว์ที่ย่างเข้าสู่วัยชราหรือสัตว์อายุมากการรับออกซิเจนจะทำได้น้อยลง โอเมกา 3 จะช่วยให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นจึงช่วยต้านความเสื่อมของสมอง

             - ในสุนัขที่ยังอยู่ในช่วงวัยเด็ก โอเมกา 3 จะกระตุ้นความสามารถในการเรียนรู้ ทำให้มีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ช่วยให้ระบบประสาทมีพัฒนาการที่สมบูรณ์

             - สำหรับโอเมกา 3 ที่มีสายยาวมากมากหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า EPA และ DHA นั้นยังช่วยการทำงานของหัวใจและไต ลดภาวะความดันโลหิตสูงและเลือดข้น และยังช่วยลดความเสี่ยงยังของการเกิดเนื้องอกอีกด้วย

                 ดังนั้นการเสริมโอเมกา 3 จึงสามารถช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของการทำงานของอวัยวะในระบบบต่างๆของร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยต้านความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และช่วยลดภาวะความเสี่ยงในการเกิดโรคจากความเสื่อมของร่างกายสัตว์เมื่อสัตว์มีอายุมากขึ้น หรือมีภาวะการได้รับสารอาหารที่ไม่พอเพียงอีกด้วย ซึ่งการเสริมโอเมกา3 นั้นควรคำนึงถึงน้ำหนัก สายพันธุ์ เช่น การกินเพื่อบำรุงร่างกายสำหรับสัตว์ปกติน้ำหนักไม่เกิน 10 kg. วันละ 500 mg. หากใช้เพื่อช่วยลดการอักเสบควรให้ 1000 mg./วัน และควรเลือกโอเมกา3 ที่มีอัตราส่วนของ EPA/DHA ที่เหมาะสมคือ 180/120 mg.

 O3maxx อาหารเสริมโอเมกา3 ชนิดเม็ด มี2 ขนาด

500 mg. สำรับสัตว์น้ำหนักไม่เกิน 10 kg.

1000 mg. สำรับสัตว์น้ำหนักมากกว่า 20 kg

 

 

 

guest

Post : 18/04/2014 11:17     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ทำอย่างไรเมื่อสุนัขเบื่ออาหาร

 

เชื่อว่าคุณคงเคยประสบปัญหาเรื่องสุนัขเบื่ออาหารไม่ยอมทานอาหาร ไม่ว่าเจ้าของจะพยายามหาอาหารอะไรมาให้ก็ไม่ยอมทาน เรามาดูวิธีแก้ปัญหากันดีกว่า

- ลองเปลี่ยนให้ทานอาหารแบบเปียกดูบ้าง เพราะส่วนใหญ่น้องหมาจะชอบทานอาหารแบบเปียกมากกว่าแบบแห้ง
- ลองเปลี่ยนรสอาหารดูบ้าง เพราะบางครั้งการที่สุนัขทานแต่รสชาติเดิมๆอาจมีอาการเบื่ออาหารได้
- ลองอุ่นอาหารให้ร้อนนิดนึงเพราะจะทำให้สุนัขอยากทานอาหารเพิ่มมากขึ้นเพราะการที่อาหารร้อนจะทำให้กลิ่นชวนทาน
- ลองใช้ขนมโรยหน้าอาหารดูแต่อย่ามากเกินไปเพราะจะทำให้น้องหมาหันไปทานขนมมากกว่า
- ลองพาน้องหมาไปวิ่งเล่นออกกำลังกายดูบ้าง เมื่อน้องหมามีการใช้พลังงานจะทำให้เขาอยากทานอาหารเพิ่มขึ้น

เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วลองนำเทคนิคที่เราแนะนำไปทำตามกันดูนะคะ

 

guest

Post : 18/04/2014 01:04     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เรื่องของหนูแกสบี้

เรื่องของหนูแกสบี้

      หนูแกสบี้ หรือguinea pigs เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวเล็กน่ารัก ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยงสำหรับผู้ที่ชอบเลี้ยงสัตว์แต่มีพื้นที่จำกัด หนูแกสบี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจนะคะ แต่ก่อนตัดสินใจเลี้ยงมาทำความรู้จักกับเจ้าตัวเล็กกันสักหน่อยดีกว่านะคะ

         หนูแกสบี้ เป็นหนูที่นิสัยดีน่ารัก ไม่ดุร้ายและมีความฉลาด การเลี้ยงดูทำได้ไม่ยาก ลักษณะโดยทั่วไปของเจ้าตัวเล็ก เป็นสัตว์ฟันแทะโดยที่ฟันของหนูแกสบี้นั้นจะมีการงอกยาวตลอดชีวิต และหนูแกสบี้มีฟันทั้งหมด 20 ซี่ ฟันหน้าของเจ้าหนูแกสบี้จะมีสีค่อนข้างขาวเป็นลักษณะที่แตกต่างจากสัตว์ฟันแทะชนิดอื่นๆ มีส่วนของลำไส้ใหญ่ที่ขยายใหญ่ขึ้น หรือที่เรารู้จักกันว่ากระเพาะหมักซึ่งมีหน้าที่ในการหมักอาหารโดยอาศัยจุลอินทรีย์ชนิดดีที่อาศัยในลำไส้นั่นเอง ลักษณะอุจจาระของเจ้าหนูแกสบี้จะเป็นพวงองุ่น หรือที่เรียกกันว่า solf feces

          อาหารที่เหมาะสำหรับหนูแกสบี้ คืออาหารที่ประกอบด้วยไฟเบอร์เป็นหลัก เช่น พวกหญ้าอัลฟาฟ่า ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาความผิดปกติของทางเดินอาหารได้ ในช่วงเจริญเติบโตควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนปานกลาง ร่วมกับการให้หญ้าอัลฟาฟ่า เมื่อช่วงที่โตเต็มที่ควรลดปริมาณโปรตีนในอาหารลง และเสริมด้วยหญ้า ทิโมที หญ้าขนสดหรือหญ้าอื่นๆ ตามความเหมาะสม หรืออาจเสริมอาหารพวกผลไม้ได้ด้วยเช่นกัน เนื่องหนูแกสบี้ไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้เองการให้ผลไม้ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซี หรือการเสริมวิตามินซีสำเร็จรูปก็ได้ เพื่อป้องกันโรคจากการขาดวิตามินซีในหนูแกสบี้ โดยทั่วไปเจ้าหนูแกสบี้จะต้องการวิตามินซีอยู่ที่ประมาณ 10-30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมขึ้นกับสภาพแวดล้อมและช่วงสภาพร่างกายของหนูเองด้วย

         การทำวัคซีนโดยทั่วไปไม่ค่อยนิยมทำวัคซีนให้หนูกันสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากวัคซีนที่มีในท้องตลาดบ้านเรานั้นไม่ได้ผลิตมาสำหรับหนู ดังนั้นการทำวัคซีนก็ขึ้นกับเจ้าของและดุลยพินิจของสัตวแพทย์ค่ะ ซึ่งวัคซีนที่บ้านเรานิยมทำให้หนูแกสบี้กัน ก็คือ วัคซีนพิษสุนัขบ้าค่ะ

guest

Post : 13/04/2014 16:34     Forum: บทความน่าสนใจ  >  โรคพิษสุนัขบ้าในแมว

              โรคพิษสุนัขบ้าในแมว

 

                                                             

 

            เมื่อเดือนเมษายนเข้ามาเยือนนั่นก็หมายถึงฤดูร้อนอันแสนร้อนอบอ้าวของเรามาถึงแล้วไม่เฉพาะคนเท่านั้นนะคะที่ร้อนกันจนแทบอยากจะนอนแช่น้ำ แต่เจ้าเหมียวเจ้าตูบของเราเค้าก็ร้อนเหมือนกัน พอพูดถึงหน้าร้อนและความร้อนก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงโรคยอดฮิตที่ใครก็รู้จัก คือ "โรคกลัวน้ำ หรือโรคพิษสุนัขบ้า" นั่นไงชื่อก็บอกว่าโรคพิษสุนัขบ้า ทำเอาหลายคนสงสัยว่าแล้วเจ้าเหมียวจะมีโรคพิษแมวบ้าบ้างไหม? จริงโรคพิษสุนัขบ้าก็เกิดขึ้นกับเจ้าเหมียวได้เหมือนกัน เราก็เรียกกันว่า "โรคพิษสุนัขบ้าในแมว"

             โรคพิษสุนัขบ้าในแมว เป็นโรคที่สามารถพบในเจ้าเหมียวได้เหมือนกัน และเป็นโรคที่มีความร้ายแรงอันตรายถึงชีวิต ไม่มีทางรักษา เช่นกันนะคะ ที่สำคัญโรคนี้สามารถติดต่อถึงคนได้ด้วยจ้า

                 อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในแมว ที่เราสามารถสังเกตุเห็นได้ก็ คือเจ้าเหมียวจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น อาจจะก้าวร้าว แสดงท่าทางไม่เป็นมิตร กินอาหารน้อยลง เวลากินอาหารจะสังเกตเห็นว่ากลืนอาหารได้ลำบาก

            แต่ก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะว่าโรคพิษสุนัขบ้าในแมวนั้นก็มีหนทางในการป้องกันที่แสนจะง่าย แค่พาเจ้าเหมียวของเราไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค เพียงปีละครั้งทุกๆปีเท่านี้ก็ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าในแมวแล้วค่ะ

                  

 

guest

Post : 03/04/2014 14:03     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เจ้าตูบ เจ้าเหมียวกับโรคไรในหู

   เจ้าตูบ เจ้าเหมียวกับโรคไรในหู

           คัน คัน คัน เมื่อเห็นเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวของคุณมีอาการคันหู เกา หูบ่อยๆ และสะบัดหูไปมา อาการแบบนี้น่าสงสัยว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน

           ไรในหูสามารถเกิดได้กับเจ้าตูบและเจ้าเหมียวทุกช่วงอายุและเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ หากคุณเลี้ยงเจ้าตูบ หรือเจ้าเหมียวให้เค้าอยู่รวมกันหลายๆตัวถ้ามีเจ้าตัวใดตัวหนึ่งเป็นไรในหูตัวอื่นๆมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อไรและเป็นโรคไรในหูได้ด้วย

             เชื้อไรในหูมีชื่อว่า Otodectes cynotis หรือที่เรามักเรียกกันว่า ear mite  โดยปกติแล้วเชื้อไรชอบอยู่ตามซอกหู และในรูหูเนื่องจากในรูหูมีความอับชื้น อาการที่พบได้บ่อยสำหรับเจ้าตูบ และเจ้าเหมียวที่เป็นโรคไรในหู คือ เจ้าตูบและเจ้าเหมียวจะมีอาการคันหู เกาหูและสะบัดหัวไปมา นอกจากนี้หากสังเกตุดูในช่องหูจะพบว่าเจ้าตูบและเจ้าเหมียวที่มีเชื้อไรจะมีขี้หูมาก ขี้หูมีสีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ เจ้าตูบและเจ้าเหมียวที่เป็นมากจะมีอาการช่องหูอักเสบร่วมด้วย

              เมื่อเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวของคุณมีอาการดังกล่าวข้างต้นแสดงว่าเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวอาจจะเป็นโรคไรในหู ควรพาเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวของคุณไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาตั้งแต่มีอาการในช่วงแรกซึ่งการรักษาจะทำได้ดีและเห็นผลรวดเร็วกว่าการที่ปล่อยไว้เรื้อรังจนเกิดอาการช่องหูอักเสบ ปัจจุบันมียาป้องกันและรักษาโรคไรในหู ทั้งที่เป็นยาหยอดหลังใช้เดือนละครั้ง หรือจะเลือกใช้เป็นยาหยอดหูสำหรับฆ่าไรก็ได้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับเจ้าของที่มีเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวเป็นไรในหู คือการหมั่นทำความสะอาดช่องหูเจ้าตูบ และเจ้าเหมียวของคุณด้วยน้ำยาเช็ดหู  และหยอดหูด้วยยาฆ่าไร อย่างสม่ำเสมอ 

น้ำยาเช็ดทำความสะอาดช่องหู ที่มีส่วนผสมของทีทีออยท์ ไม่มีผสมของแอกอฮอล์

ยาหยอดหูสำหรับ สามารถฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย ไร และลดการอักเสบ

 

 

guest

Post : 31/03/2014 13:37     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เลือกสัตว์เลี้ยงให้เหมาะกับเด็กๆ

 

การเลือกสัตว์เลี้ยงให้กับลูกๆนั้นเราควรดูจากปัจจัยอะไรบ้าง
- ที่พักของคุณ ถ้าคุณอยู่อพาร์ทเม้นท์หรือคอนโด การเลี้ยงสุนัขน่าจะไม่เหมาะกับเขาเพราะไม่มีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่นหรือได้ออกกำลังกายเลย
- สัตว์เลี้ยงสามารถอยู่ลำพังได้ไหมถ้าคุณต้องทิ้งบ้านไปนานๆหรือไปธุระที่อื่น เพราะการที่สัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้งเป็นเวลานานๆอาจจะเหงาได้ สัตว์เลี้ยงก็ต้องการความรักเอาใจใส่เหมือนกัน
- ลูกของเราเป็นภูมิแพ้หรือไม่ เพราะถ้าลูกๆของเราเป็นโรคภูมิแพ้ไม่น่าจะเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง
- Life Style ของเราเป็นคนชอบท่องเที่ยวหรือไม่ ถ้าใช้ไม่น่าจะเหมาะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเอาไว้เพราะไม่มีใครอยู่ดูแลเขา
- เตรียมค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล วัคซีนที่ต้องฉีดให้เขา
 

처음 이전 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 다음 끝